นักบินอวกาศ แวดวงคนอวกาศ

เส้นทางของ ดร.เพ็กกี วิตสัน อดีตนักบินอวกาศหญิงนาซา และอนาคตของอุตสาหกรรมอวกาศ

ในโลกของการสำรวจอวกาศ ชื่อของ ดร. เพ็กกี วิตสัน (Dr. Peggy Whitson) คือสัญลักษณ์ของความพยายามที่ไร้ขีดจำกัด เธอคือสตรีคนแรกที่ไม่ได้มาจากสายทหารที่ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานนักบินอวกาศ (Chief of the Astronaut Office) และตลอดเส้นทางการทำงานอันยาวนานกับ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เธอได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station – ISS) ถึง 3 ครั้ง รวมระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่นอกโลกยาวนานถึง 665 วัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าทึ่ง และยังเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS Commander) อีกด้วย

หลังจากการเกษียณจาก NASA ในปี พ.ศ. 2561 จิตวิญญาณของนักสำรวจของเธอยังไม่หยุดนิ่ง เพ็กกีได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับแอ็กเซียม สเปซ (Axiom Space) บริษัทเอกชนชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ และได้รับเกียรติเป็นผู้บัญชาการในภารกิจแอ็กเซียม มิชชัน 2 (Axiom Mission 2 – Ax-2) ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นสตรีคนแรกที่ทำหน้าที่ผู้บัญชาการในเที่ยวบินอวกาศของเอกชน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการอวกาศโลก

ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ ณ ย่านชนบทของรัฐไอโอวา เพ็กกีเติบโตมาพร้อมกับความฝันที่อยากจะเป็นนักบินอวกาศจากการเฝ้าดูมนุษย์คนแรกลงจอดบนดวงจันทร์ และในวันที่เธอจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายในปี พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่กลุ่มนักบินอวกาศหญิงกลุ่มแรกได้รับการคัดเลือก เธอได้รับแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าจากแชนนอน ลูซิด (Shannon Lucid) นักชีวเคมีหญิง และตัดสินใจมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) โดยเธอเคยกล่าวว่า “นั่นคือช่วงเวลาที่ความฝันของฉันเปลี่ยนกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ”


เครดิต: NASA

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ดวงดาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากจบปริญญาเอก วิตสันต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอถูกปฏิเสธใบสมัครการเป็นนักบินอวกาศครั้งแล้วครั้งเล่านานเกือบ 10 ปี กว่าจะได้รับโอกาสให้เข้าสู่โครงการในปี พ.ศ. 2539 เธอจึงมักจะย้ำเตือนคนรุ่นใหม่อยู่เสมอว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จอาจไม่ได้เป็นเส้นตรง และความมุ่งมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นไปได้

ในการประชุม Global Aerospace Summit ประจำปี พ.ศ. 2566 เพ็กกีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการให้คำปรึกษา (Mentorship Programs) เพื่อรักษาบุคลากรในสาขา STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) โดยเธอมองว่าการเห็นผู้ที่มีประสบการณ์ประสบความสำเร็จจะช่วยเปิดโอกาสและไอเดียใหม่ๆ ให้กับเยาวชนที่เติบโตในโลกใบเล็กๆ เหมือนอย่างที่เธอเคยเป็น เพื่อให้พวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ที่กว้างไกลกว่าเดิมในระดับจักรวาล

สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมอวกาศ เพ็กกีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐอย่างนาซาและภาคเอกชนอย่างแอ็กเซียม สเปซ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายขอบเขตการวิจัยและการผลิตในอวกาศ เป้าหมายของเธอคือการทำให้พื้นที่นอกโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่นักวิทยาศาสตร์หรือองค์กรระดับชาติเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการลดต้นทุนและนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้เธอยังคงตื่นเต้นกับอนาคต คือการใช้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Microgravity) เป็นเครื่องมือในการผลิตสิ่งที่ไม่สามารถทำได้บนพื้นโลก เช่น การพัฒนายาชนิดใหม่ หรือการสร้างผลึกซูเปอร์คอนดักเตอร์ที่มีความบริสุทธิ์สูง วิตสันตั้งเป้าที่จะนำประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในอวกาศมาเกือบ 2 ปี มาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้จริง เพื่อพิสูจน์ว่าอวกาศไม่ใช่เพียงพรมแดนแห่งการสำรวจ แต่คือห้องแล็บขนาดใหญ่ที่จะขับเคลื่อนเทคโนโลยีของมนุษยชาติให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน


ข้อมูลอ้างอิง: U.S. Chamber of Commerce

  • Peggy Whitson: Her Astronaut Journey and the Future of the Space Industry