องค์การอวกาศยุโรปเปิดเผยชุดข้อมูลภาพถ่ายกาแล็กซีกว่า 72 ล้านแห่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศยุคลิด พร้อมส่งคำเชิญถึงประชาชนทั่วไปให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง เพื่อช่วยนักดาราศาสตร์ค้นหาปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามและทรงพลังที่สุดอย่าง “เลนส์ความโน้มถ่วง” ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาสสารมืดและพลังงานมืดในเอกภพของเรา
ลองจินตนาการถึงการถือแก้วไวน์ไว้หน้าเปลวเทียน ความโค้งของแก้วจะหักเหแสงเทียนจนบิดเบี้ยวและยืดออกเป็นเส้นโค้งหรือวงแหวน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในอวกาศเช่นเดียวกัน แต่ในระดับที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก โดยเปลี่ยนจากแก้วไวน์เป็นกลุ่มมวลสารขนาดมหึมาและเปลี่ยนเปลวเทียนเป็นกาแล็กซีที่อยู่ห่างออกไปหลายพันล้านปีแสง ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของแอลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อธิบายไว้ว่า มวลสามารถบิดโค้งโครงสร้างของปริภูมิ-เวลาได้ เมื่อแสงเดินทางผ่านบริเวณที่โค้งงอเนื่องจากวัตถุที่มีมวลมหาศาล เช่น กาแล็กซี หรือกระจุกกาแล็กซี แสงนั้นก็จะหักเหตามไปด้วย หากการเรียงตัวของวัตถุเหล่านั้นอยู่ในแนวเดียวกับโลกพอดี กาแล็กซีที่อยู่เบื้องหลังจะปรากฏในลักษณะที่ยืดออกเป็นเส้นโค้งสว่างจ้า หรือบางครั้งก็เชื่อมต่อกันเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบที่เรียกว่าวงแหวนไอน์สไตน์ ซึ่งภาพเหล่านี้ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นผลจากการที่เอกภพบิดเส้นทางเดินของแสงอย่างแท้จริง
![]() ภาพโมเสกของเลนส์ความโน้มถ่วงกำลังสูงที่ค้นพบในการรณรงค์สเปซวอปส์ (Space Warps) ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2567 |
กล้องโทรทรรศน์อวกาศยุคลิดขององค์การอวกาศยุโรป ซึ่งกำลังทำหน้าที่พลิกโฉมความเข้าใจเกี่ยวกับเอกภพ ได้ปล่อยชุดข้อมูลใหม่ที่ยิ่งใหญ่แบบไม่เคยมีมาก่อน โดยมีข้อมูลภาพกาแล็กซีถึง 72 ล้านแห่ง ซึ่งมากกว่าชุดข้อมูลแรกถึง 30 เท่า โครงการสเปซวาร์ปส์บนแพลตฟอร์มซูนิเวิร์สจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมงานกับนักดาราศาสตร์มืออาชีพ แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์จะช่วยคัดกรองภาพที่น่าสนใจออกมาก่อนแล้ว 300,000 ภาพ แต่สายตาของมนุษย์ยังคงมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์ในการสังเกตเห็นเส้นโค้งที่บางเฉียบและผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงเลนส์ความโน้มถ่วงได้อย่างแม่นยำ
นักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าว่าจะค้นพบเลนส์ความโน้มถ่วงใหม่ ๆ มากกว่าหนึ่งหมื่นแห่งจากการค้นหาในครั้งนี้ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยค้นพบมาตลอดประวัติศาสตร์วงการดาราศาสตร์ทั้งหมดรวมกัน เลนส์ความโน้มถ่วงทำหน้าที่เสมือนเครื่องชั่งน้ำหนักตามธรรมชาติของกาแล็กซี ทำให้เราสามารถวัดมวลรวมของทุกสิ่งในนั้นได้ ซึ่งรวมถึง “สสารมืด” ที่มองไม่เห็นและไม่สะท้อนแสง การรวบรวมข้อมูลของระบบเหล่านี้ทั่วทั้งเอกภพจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สืบต้นตอการก่อตัวของโครงสร้างต่าง ๆ และทำความเข้าใจว่า “พลังงานมืด” เป็นตัวขับเคลื่อนให้เอกภพขยายตัวอย่างเร่งรัดได้อย่างไร
การไขความลับของเอกภพในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงนักวิทยาศาสตร์หรือผู้ที่มีปริญญาทางฟิสิกส์อีกต่อไป เพียงแค่มีความอยากรู้อยากเห็นและพร้อมที่จะสังเกต คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำรวจอวกาศอันยิ่งใหญ่นี้ได้ โครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองแสดงให้เห็นมาตลอดว่าพลังความร่วมมือของมนุษย์สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ได้เสมอ
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปร่วมค้นหาเลนส์ความโน้มถ่วงและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการดาราศาสตร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านโครงการสเปซวาร์ปส์ (Space Warps)
ข้อมูลอ้างอิง: Euclid Consortium
- Space Warps – Euclid DR1
